ชุดป้องกันสารเคมี (Protective Clothing)


 เมื่อเวลา 09.00 น. เกิดเหตุวาล์วถังบรรจุก๊าซแอมโมเนียระเบิดภายในโรงงานผลิตน้ำแข็งแห่งหนึ่งในย่านอุตสาหกรรม ส่งผลให้ก๊าซที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงฟุ้งกระจายไปในรัศมี 500 เมตร พนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งไม่ได้สวมใส่หน้ากากกรองสารเคมี เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและหมดสติทันที 5 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้ชุดป้องกันระดับ Level B เข้าระงับเหตุและปิดวาล์วได้สำเร็จภายใน 1 ชั่วโมง เบื้องต้นสั่งปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย

จากเนื้อหาข่าวข้างต้น ชุดกันสารเคมี มีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากไม่มีชุดกันสารเคมีเจ้าหน้าจะไม่สามารถเข้าไปปิดวาล์วได้สำเร็จ ดังนั้นชุดกันสารเคมีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรงงานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย


มาทำความรู้จักชุดกันสารเคมี ว่ามีกี่ประเภทและแบบไหนบ้าง

ชุดป้องกันสารเคมีไม่ได้ออกแบบมาเหมือนกันทั้งหมด โดยแบ่งระดับตามความสามารถในการป้องกัน (Protection Level) จากสูงสุดไปต่ำสุด ดังนี้:

 
   Level A (สูงสุด): ป้องกันทั้งสารเคมีที่เป็นไอระเหย ของเหลว และการกระเด็น ต้องใช้ร่วมกับถังอากาศ (SCBA) แบบสะพายข้างในชุด (Fully Encapsulated)

เหมาะสำหรับ: งานกู้ภัยสารเคมีรั่วไหลรุนแรงที่ไม่ทราบชนิดสาร

ยกตัวอย่าง ชุดป้องกันสารเคมี Dräger CPS 5900


https://www.methaveeonline.com/product/1111408 

        Level B: ป้องกันการกระเด็นของเหลวได้ดีเยี่ยม แต่ไม่กันไอระเหย (Non-gas-tight) ใช้ SCBA แบบสะพายข้างนอกชุด
เหมาะสำหรับ: พื้นที่ที่มีความเข้มข้นของสารเคมีสูงแต่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังโดยตรงผ่านอากาศ

 ยกตัวอย่าง ชุดป้องกันสารเคมี Dräger CPS 5800


 https://www.methaveeonline.com/product/1113076

          Level C: คล้าย Level B แต่ใช้ร่วมกับหน้ากากกรองอากาศ (Full-face respirator) แทนถังอากาศ
เหมาะสำหรับ: งานที่ทราบชนิดและปริมาณสารเคมีแน่ชัด และมีออกซิเจนเพียงพอ

ยกตัวอย่าง ชุดกันสาร Tychem 2000 หรือที่เรียกว่า Tychem C 

https://www.methaveeonline.com/product/394784

    Level D: ชุดทำงานทั่วไปที่ป้องกันการเปื้อนเล็กน้อย (Coverall)

เหมาะสำหรับ: งานซ่อมบำรุงทั่วไปที่ไม่มีความเสี่ยงจากการกระเด็นของสารเคมี

ยกตัวอย่าง ชุดกันสาร รุ่น Tyvek 400 

 

 https://www.methaveeonline.com/product/391529

 วิธีเลือกชุดกันสารเคมีให้เหมาะกับ "หน้างาน"

 1.งานสารเคมีฟุ้งกระจาย/ก๊าซพิษ: ต้องเลือก Dräger หรือ Dupont Tychem ระดับ Level A/B เท่านั้น

 2.งานพ่นสี/ฝุ่นละเอียด: เลือก Dupont Tyvek (Level D/C) เพื่อความคล่องตัวและกันฝุ่นขนาดเล็ก

3.งานล้างถังสารเคมี/งานเปียก: หากเป็นสารเคมีไม่รุนแรง ชุด PVC ก็เพียงพอ แต่ถ้าเป็นกรดเข้มข้นควรขยับไปใช้ Dupont Tychem


มาตรฐานชุดกันสารเคมี (Chemical Protective Clothing Standards)

การเลือกชุดกันสารเคมีให้ปลอดภัย ไม่ได้ดูแค่ดีไซน์ แต่ต้องดูที่ "มาตรฐานการรับรอง" ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลักที่นิยมใช้ในไทย

1. มาตรฐานระดับ (Levels) ของสหรัฐอเมริกา (EPA/OSHA)

เน้นแบ่งตามอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจที่ใช้ร่วมด้วย: 

Level A: ป้องกันสูงสุด (สารเคมี + ไอระเหย) ชุดมิดชิดแก๊สเข้าไม่ได้ ต้องใช้ร่วมกับ SCBA (ถังอากาศ)

Level B: ป้องกันการกระเด็นของเหลวระดับสูง แต่ไม่กันไอระเหย (ใช้ SCBA นอกชุด)

Level C: ป้องกันของเหลวกระเด็น ใช้ร่วมกับหน้ากากกรองสารเคมี (Respirator)

Level D: ชุดป้องกันพื้นฐาน ป้องกันการเปื้อนทั่วไป ไม่กันสารเคมีอันตราย


 2. มาตรฐานยุโรป (EN Standard - The 6 Types)

Type 1-6 คือ มาตรฐานสากลของฝั่งยุโรป (European Standard - EN) ที่ใช้จำแนกประเภทของ "ชุดป้องกันสารเคมี" ตามลักษณะของอันตรายและสภาพทางกายภาพของสารเคมีครับ เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ผมสรุปแบ่งตามระดับการป้องกันจาก สูงสุด (1) ไปถึง ต่ำสุด (6)

 

เป็นมาตรฐานที่แบรนด์อย่าง Dupont และ Dräger ใช้ระบุคุณสมบัติของเนื้อผ้า โดยแบ่งเป็น "Types":

Type 1: (EN 943-1) ชุดป้องกันแก๊ส (Gas-Tight) — เทียบเท่า Level A

Type 2: (EN 943-1) ชุดป้องกันที่ไม่ได้ออกแบบมาให้กันแก๊ส (Non-Gas-Tight)

Type 3: (EN 14605) ป้องกันการกระเด็นของสารเคมีแบบมีแรงดัน (Liquid-Tight)

Type 4: (EN 14605) ป้องกันการกระเด็นของสารเคมีแบบละอองฝอย (Spray-Tight)

Type 5: (EN ISO 13982-1) ป้องกันฝุ่นละอองและอนุภาคที่เป็นอันตราย (Dry Particle)

Type 6: (EN 13034) ป้องกันการกระเด็นเพียงเล็กน้อย (Reduced Spray-Tight)

Type 1: Gas-Tight (ป้องกันก๊าซ)

รายละเอียดเจาะลึกแต่ละ Type

Type 1: Gas-Tight (ป้องกันก๊าซ)
ลักษณะ: ชุดคลุมมิดชิดทั้งตัว รวมถึงหน้ากากและถังอากาศ (SCBA) จะอยู่ข้างในชุดการใช้งาน: งานกู้ภัยสารเคมีรั่วไหลร้ายแรง, ก๊าซพิษที่ซึมเข้าผิวหนังได้

 

Type 2: Non-Gas-Tight
ลักษณะ: คล้าย Type 1 แต่รอยต่อไม่กันก๊าซ 100% อาศัยการจ่ายอากาศจากข้างในเพื่อให้เกิดแรงดันบวกกันก๊าซเข้า (ปัจจุบันพบน้อยลงในงานทั่วไป)

 

Type 3: Liquid-Tight (กันของเหลวแรงดันสูง)
ลักษณะ: เนื้อผ้าและ ตะเข็บ ต้องแข็งแรงมาก ป้องกันของเหลวที่พุ่งมาเป็นสาย (Jet Spray) เช่น ท่อเคมีแตกแล้วฉีดใส่ตัว

 

Type 4: Spray-Tight (กันสเปรย์ละออง)
ลักษณะ: ป้องกันของเหลวที่พ่นเป็นละอองฝอยจนชุ่มชุด (Saturation) รอยต่อและซิปต้องกันน้ำไหลผ่านได้
การใช้งาน: งานฉีดพ่นยาฆ่าแมลง, งานล้างถังสารเคมี

 

Type 5: Particle-Tight (กันฝุ่นอันตราย)
ลักษณะ: ป้องกันฝุ่นละเอียดที่มีอันตรายต่อร่างกาย (ไม่รวมก๊าซและของเหลว)
การใช้งาน: งานกำจัดแร่ใยหิน (Asbestos), ฝุ่นยา, ฝุ่นสารเคมีแห้ง

 

Type 6: Limited Splash-Tight (กันกระเซ็นเล็กน้อย)
ลักษณะ: เป็นระดับต่ำสุด ป้องกันการกระเด็นใส่เพียงเล็กน้อย และต้องรีบถอดชุดออกทันทีที่โดน
การใช้งาน: งานซ่อมบำรุงทั่วไป, งานห้องแล็บที่ความเสี่ยงต่ำ